สืบค้น รวบรวมข้อมูล โดย ภญ.วันวิสาข์ ขนานแข็ง รพ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์

"โรคเบาหวาน" ถือเป็นภัยคุกคามชีวิตและสร้างมูลค่าความเสียหายอย่างมหาศาล ทั้งความเสียหายทางการแพทย์ และเศรษฐกิจ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้เป็นโรคที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่ 2 ที่จำเป็นต้องให้ความใส่ใจในการป้องกัน และรักษา รองจากโรคเอดส์ เพราะต้องใช้ทรัพยากรในการรักษาจำนวนมากปัจจุบัน ทั่วโลกมีผู้ป่วยเบาหวานประมาณ 246 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยในประเทศไทย ประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประชากรทั่วโลกป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้นถึง 10 เท่าตัว ขณะที่ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่าเบาหวาน แบ่งได้ 2 ชนิดหลัก โดยชนิดแรก (Type I) ชนิดที่ต้องพึ่งอินซูลิน เพราะตับอ่อนบกพร่องมาตั้งแต่กำเนิด ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เอง ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็กอายุไม่เกิน 10 ปี ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการรักษาด้วยการฉีดอินซูลินสังเคราะห์เบาหวานชนิดที่ 2 (Type II) เป็นชนิดที่ไม่ต้องพึ่งอินซูลิน ผู้ป่วยเบาหวานในไทย เป็นชนิดนี้ร้อยละ 98 และมีผู้ป่วยทั่วโลก ร้อยละ 90-95 ผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้เป็นผู้ใหญ่เกือบทั้งหมด สาเหตุเกิดจากร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่อฤทธิ์ของอินซูลินที่ตับอ่อนผลิตได้ การรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 ค่อนข้างซับซ้อน เพราะต้องใช้การรักษาหลายวิธีควบคู่กันไป ซึ่งบางวิธีอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น เช่น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น คลื่นไส้ อาเจียน และปัญหาที่สำคัญคือ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

American Diabetes Association (ADA) guidelines แนะนำให้ใช้ metformin และ lifestyle changes เป็น first-line therapy ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ถ้าผู้ป่วยยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ หรือมีข้อห้ามใช้ metformin จะให้การรักษาขั้นตอนที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย insulin, sulfonylureas, หรือ thiazolidinediones (TZDs) แต่การใช้ยาเหล่านี้ถูกพบว่ามีข้อจำกัดเนื่องจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น sulfonylureas จะมีประสิทธิผลลดลงเมื่อใช้ไปในระยะเวลานาน และหลักฐานที่พบเร็ว ๆ นี้บ่งว่า rosiglitazone ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม TZDs อาจจะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเกิด cardiovascular disease และ แม้ว่า metformin และ TZDs จะช่วยรักษา insulin resistance แต่ก็ไม่ได้ช่วยหยุดยั้งการลดลงของ beta-cell function ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ดังนั้นวิธีการรักษาใหม่ ๆ จึงเป็นที่ต้องการ โดยหนึ่งในการรักษาใหม่นั้นมีเป้าหมายการรักษาอยู่ที่ incretin hormones

"ลำไส้ ซึ่งเป็นทางเดินของอาหาร มี incretin hormones ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลโดยเพิ่มการสังเคราะห์และปล่อยอินซูลินจาก beta cells ของตับอ่อน และลดการปล่อยฮอร์โมน glucagon จาก alpha cells ของตับอ่อน นอกจากนี้ยังช่วย improves beta-cell function ร่ายกายจะผลิต incretin hormones ได้ต่อเมื่อที่มีอาหารเดินทางผ่านลำไส้เท่านั้น แต่ปัญหาก็คือ ขณะเดียวกันร่างกายก็จะหลั่งเอ็นไซม์ dipeptidyl peptidase 4 หรือ DPP-4 ทำหน้าที่ย่อยสลาย incretin hormones ทำให้ incretin hormones ที่หลั่งออกมามีฤทธิ์อยู่ได้ไม่นาน และ incretin hormones ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จะถูกสร้างลดลงด้วย  นักวิจัยจึงคิดค้นตัวยา หรือสาร Sitagliptin ช่วยในการยับยั้งไม่ให้เอ็นไซม์ DPP-4 ย่อยสลาย incretin hormones ทำให้ incretin hormones เพิ่มระดับมากขึ้นเป็นผลให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ กลไกการทำงานของยา sitagliptin จะขึ้นอยู่กับกลูโคส (glucose-dependent) โดยยาจะมีผลตอบสนองต่อระดับกลูโคสที่เพิ่มขึ้นและการปล่อยอินซูลิน รวมถึงการลดระดับฮอร์โมน glucagons เฉพาะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งจะลดแนวโน้มการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำทีมวิจัยได้ทำการทดลองศึกษาในประเทศจีน อินเดีย เกาหลี และไทย เป็นเวลา 18 สัปดาห์ โดยเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับยาจริง และยาหลอก โดยเป็นยาเม็ด ขนาด 100 มิลลิกรัม ให้ยาทุกวัน วันละ 1 เม็ด พบว่า การยับยั้งเอ็นไซม์ DPP-4 สามารถควบคุมน้ำตาลได้ ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสะสม (A1C) ร้อยละ 8.7 และ 7.7 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ขณะที่คนปกติจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสะสมอยู่ที่ ร้อยละ 6

 

รูปภาพ แสดงกลไกการทำงานของยา sitagliptin (ซึ่งเป็น DPP-4 inhibitors)(GLP-1 และ GIP คือ incretin hormones) เอกสารอ้างอิง1.  หนังสือพิมพ์มติชน.   ความหวังใหม่ผู้ป่วยเบาหวาน อย.ขึ้นทะเบียนตำรับยา "Sitagliptin". Available at:                                                             URL:http://www.healthcorners.com/2007/news/Read.php?id=36862.  Modern Medicine . DPP-IV inhibitors: A review of sitagliptin, vildagliptin, alogliptin, and saxagliptin. Available at:       URL:http://www.modernmedicine.com/modernmedicine/Cover+Articles/DPP-IV-inhibitors-A-review-of-sitagliptin-vildagli/ArticleStandard/Article/detail/506462                                                       

edit @ 27 Oct 2009 13:25:13 by Pharma_YT

edit @ 27 Oct 2009 13:26:33 by Pharma_YT

edit @ 9 Nov 2009 15:50:52 by Pharma_YT

edit @ 9 Nov 2009 17:07:37 by Pharma_YT

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

http://pae-december.exteen.com/

คนนี้ชีวิตน่าสนใจมากก

#1 By แพม (124.120.162.121) on 2009-10-27 13:47

copy แล้ว paste ก็จะออกมาแบบนี้แหละจ้า

#2 By Admin on 2009-11-02 07:59

สาระแน่นเอี๊ยดเลย : )

#3 By บ้านอ้อม on 2009-11-09 21:44